ไดอารี่ครูฝึกสอนที่โรงเรียนมัธยมเเถวนางเลิ้ง

ไดอารี่ครูฝึกสอนที่โรงเรียนมัธยมเเถวนางเลิ้ง

เห้ออ วันเเรกเลยจ้าของการฝึกสอน 


16 พฤษภาคม 2561

ละก็คือบับเริ่มจากการนอนตั้งเเต่สามทุ่ม คือบับตัดทุกอย่างในชีวิตออกไปมาก เช่นการติดซีรี่ การอ่านนิยาย การกิน โห้ะ O.O ละคือบับตื่นนอนก้ ตีห้า รุ้สึกตัวกลางดึกตลอดเพราะกลัวตื่นสาย เเต่งตัวเสรจตอน ตีห้าห้าสิบ ออกจาก้องเดินมาซื้อกับข้าว ละที่หออ่ะ ก็ต้องรอสาย 16 ซึ่งๆๆๆๆ เรากับรถเมล์สายนี้อ่ะ จะไม่ถูกกันมากๆ เพราะมันมา นานๆครั้ง เเต่ก็บับต้องทำใจ เพราะ รร อยู่เเถวๆ นางเลิ้ง จำเป็นต้องรอสายนี้เพื่อการขึ้นรถเพียงต่อเดียวววว อื้อหืออออ วันเเรกถึงโรงเรียนตอน 6.40 น. คือบับจ้าา โรสสสส ดูซิจะเช้า จะอยู่ในระเีบยบได้กี่วัน กี่เดือน (ขอให้ตลอดทั้งปี) ละข้อพิเศษคือเราอ่ะ ต้องใส่ชุดเหมือนครูทั่วไป เพียงเเต่มีสายห้อยบอกว่าเป็นนักศึกษา เพราะอาจารย์เค้าอยากทำวิจัยเรื่องที่หากว่า นศ ใส่ชุดธรรมดาฝึกละจะเป็นยังไง ก็นะนั่งในหมวด สี่โมงครึ่งกว่าๆ ก็ยังไม่ได้กลับบบบบ


---------------------------------------






มันก็ต้องมีสังสรรค์เพื่อเม้ามอยชีวิตฝึกสอนกันบ้างสิจ่ะ

---------------------------------------------------------------------










มาเขียนต่อจ้าา

เเละนี่ก็คืออ วันที่ 21- 10- 2019

เป็นเวลาปีกว่าเเล้วที่เราเรียนจบ เเละฝึกสอนจบเเล้ว จากโรงเรียนใหญ่ ย่านนางเลิ้ง (ที่อยู่ติดเเยกนางเลิ้งนะหล่ะ)

555555555
ตลกดีนะ เราลืมการจดบันทึกไปเลยเพราะมัวเเต่ตั้งใจที่จะทำเเต่ละวันให้ดีที่สุด

เมื่อมองย้อนไปเเล้วพบว่า เราอุทิศกายเละใจให้กับการฝึกงานเป็นอย่างมากกกกกก

คนเเรกที่เราให้ใจไปเลยก็คือ ครูพี่เลี้ยงของเรา ต่อมาคือ นักเรียน เเละเพื่อนร่วมงาน

วันนี้จะมาย้อนวันวานถึงความรู้สึกเเละประสบการณ์เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนฝึกสอน อยากจะเขียนไว้ก่อนที่เราจะลืมมละนะ

# เราผิดพลาดเพื่อพัฒนา ไม่ใช่อาหารปากของใคร


              เราพบว่าการอยู่ที่ไหนใหม่ๆ ในช่วง 3 เดือนเเรกจะไม่ค่อยมีใคร หรือเรื่องอะไรมากวนใจเรามากนัก เพราะอาจจะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ คนอื่น คนรอบข้างก็คงจะกำลังประเมินเราเงียบๆ แต่เราสิ มักไม่ค่อยประเมินคนอื่นเท่าไหร่ เพราะที่เราจดจ่อคือ ภาระงาน เเละการพัฒนาตนเองให้สอนเก่ง สอน ดี เเละไม่ติดขัด ซึ่งเป็นไปได้ยากสำหรับนักศึกษาฝึกสอน ซึ่งตลอกระยะเวลา 3 เดือน เราก็พบข้อผิดพลาดของเรามากมาย เเละพยายามจะเเก้ไข เเละพัฒนา อยู่ทุกวัน ( ที่เนียตไว้หนะนะ)
              เเต่เเล้วเราฏ้ไม่คิดว่าคงามผิดพลาดของเราจะเป็นประเด็นให้ใครใช้เพื่อเป็นหัวข้อสนทนา เเละพูดจาเสียหายกับเราลับหลังได้ มะนเริ่มจากว่า เพื่อนร่วมฝึกงานของเรานำข่าวที่ไม่ค่อยมาบอกว่า

"  รู้หรือเปล่าว่าพี่เธอ พูดอะไรถึงเธอ? "
         

             ยังจำกันได้ใช่มั้ยละ ว่าคนเเรกที่เราให้ใจคือ ครูพี่เลี้ยง หรือ โค้ช ฝึกสอนของเราเอง 55555 ไม่คิดเลยงะ ว่าเค้าจะนำข้อผิดพลาดของเราไปพูดให้ผู้อื่นฟังเเบบที่สะท้อนให้เห้นถึงการดูถูก เเละไม่ชอบใจต่อการกระทำของเรา

   เริ่มเเรกก็เอาเรื่องข้อผิดพลาดระหว่างการสอนของเราไปจับกลุ่มปรึกษากับเพื่อนร่วมงานของเขาหลังเลิกเรียน ซึ่งเรากลับบ้านซะก่อน เเต่เพื่อนเราอีกคนยังอยู่ ซึ่งพวกเขาก็พูดคุยกันอีกหลายอย่างเเละเราก็ได้ฟังทัศนคติที่เขามีต่อเรา ผ่านเพื่อนเรานั้น บอกเลยว่า เจ็บปวด   เขาบอกว่าเราไม่มีการพัฒนาเลย เป็นเรื่องที่เขาเองก็ช่วยไม่ได้ // เราเองได้ฟังก็น้อมรับนะ เพราะเราผิดจริง เเต่ที่เสียใจคือทำไมต้องเอาความผิดของเราไปโพทนา เเล้วทำเหมือนพูดกับเราไม่ได้ เราไม่รับฟังหรอ หลังจากนั้นนำมาสู่ เพื่อนครูคนอื่นในหมวดก็ แอนตี้เรา ไม่พูดกับเรา เฉยเมย เเละหลายอย่าง ---- อืมม มันเพราะเรามีข้อผิดพลาดที่ยังต้องพัฒนาเเค่นั้นหรือ

วันหนึ่ง เราได้ยินเธอคนนั้นพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า "ไม่อยากเป็นโค้่ชให้เราเเล้ว เหนื่อย" เเล้วก็ถามเพื่อนข้างๆว่า "เอามั้ย" เพื่อนคนนั้นของเธอ ตอบเสียงดังขนาดที่เรานั่งก้มหน้าทำงานอยู่ยังได้ยินเลยว่า --" หึ ไม่เอาาาา จ้าาาา "

เรารู้สึกได้เลยว่า เธอคนนั้นไม่ได้จริงใจเเละหวังดีกับเราอย่างที่เราให้ใจไว้

เราย้อนมองถึงสิ่งที่เทอปฏิบัติกับเรา เราพบว่า
- เธอหาข้อผิดพลาดของเราได้ในทุกๆครั้งที่เราฝึกสอน เเต่ข้อผิดพลาดที่เทอบอกเรานั้น ตัวเธอเองก็ยังมีอยู่ เราคิดว่าไม่เป็นไร ไม่มีใครเพอร์เฟ็ค เนอะ
- มีครั้งนึง ที่เราถามใครซักคนว่า "พี่คะ วันที่**-** นี่เราต้องไปค่าย อิงลิ้ชเเคมป์ไหมคะ เพราะมันตรงกับวันที่เด็กต้องมาสอบเเก้ " พี่ 1 ในสองคนนั้นตอบเราอย่างยิ้มเเย้มว่า คงต้องดูที่หมวดว่าจะประชุมกันอย่างไรนะ   ด้วยความไม่รู้ของเรา เราก็ อ๋ออ โอเค่ะ

ไม่วายย เพื่อนฝึกสอนของเรา นัง จ ก็มาถามว่า นี่เทอออ เทอไปบอกพี่เค้าหรอว่าเธอไม่อยากไปค่าย ?

เราก็เเบบ หื้มม หรอออ เมื่อไหร่ ไม่นะ

สรุปได้ความว่า พี่ 1 ใน 2 คนที่เราถาม เค้านำเรื่องไปตีใข่เเล้วคุยกันในหมู่ครู ว่า น้องโรสไม่อยากไปค่ายหรอ เห็นถามอย่างนั้น---- คนที่ฟังต่างโวยวายใหญ่โต มีพี่ ต ที่โวยขึ้นมาว่า เอ้าาา ได้หรอ ทำอย่างนี้ได้หรอ ตั้งเเต่มาสอนที่นี่ไม่เคยมีใครไม่ไปค่าย นะ เค้าไปกันทั้งนั้น

เเละค่ะ เรื่อวก็ไปถึงหู ครูพี่เลี้ยงเราจ้าาาา นางก้ตึงงใส่เราเลยทีนี้หนะ

เรามาฟังความจากเพื่อนเราเเล้ว อยากจะกุมหัว เเล้วลงไปดิ้นที่พื้นน

เอออ ความเพื่อนร่วมงานเนาะ ความบับ สงสัยของกูด้วยย กูเเค่ถามเเค่นั้น เป็นเรื่องใหญ่โตว่ากูจะไม่ไปค่ายย ----- คำหยาบที่คิดในใจอ่ะค่ะ 55555555555555555


เเละนี่คือส่วนหนึ่งจากเรื่องราวความผิดพลาดของเราที่ ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ เเต่จะให้พัฒนาให้ตรงใจตรงปากใครยังงี้ก็ไม่ได้ทั้งหมดหรอก

ครปากสว่าน เเละคนที่คอยเเต่จะจับผิด คนที่ไม่ฟังความจากคนอื่นก่อน เเละพร้อมจะตัดสินท่านั้น เราก็คงทำได้เเค่ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เท่านั้นนะเเหล่ะ


---------------------------------------------------------------

24 / 10 /62

ความสัมพันธ์ก็ต้องมีบทททดสอบ

กว่าเราจะรู้ใจว่าเราสามารถไว้ใจใคร หรือ เคารพใครได้ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ร่วมพบเจอกับเขาบวกด้วยเวลาที่พร้อมจะผสมผสานทุกองค์ประกอบให้เข้ากัน

เราพบว่าสิ่งไม่ดี หรือเหตุการณ์เสทือนใจข้างตน เเละอีกหลายอย่างทำให้เราเรียนรู้ที่จะรู้จักการวางตัว

เรียนรู้ที่จะพูดอย่างไรให้คนบางคนไม่เข้าใจผิด หรือไม่สามารถนำเอาคำพูดของเราไปต่อ สาน ความยาวให้เป็นอีกเรื่องที่เเตกต่างจากเจตนาเเรกของเราได้

เรียนรู้ที่จะวางใจเเละมอบหายจิตใจ เเละมั่นใจว่าถ้าเราจริงใจเเละเจตนาดีเเล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอะไรมันก็เพียงลมปากของมนุษย์

เเต่สุดท้ายเเล้วคนที่ยืนเคียงข้างเรา เเละพร้อมรับฟังเรานั่นเเหล่ะ คือกำไรจากบททดสอบครั้งนี้

เราจำได้ว่าจบจากประสบการณ์ฝึกสอนเเบบไม่มีอะไรค้างคา อาจเพราะได้ขอโทษทุกคน ณ ที่นั้นไปเเล้ว หากเราได้ล่วงเกินอะไรไป

เเละอีกย่างที่สำคัญคือการที่เราได้ปรับความคิดเเละมุมมอง ต่อการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นมากขึ้น

หากใครซักคนจะได้อ่านบทความนี้
เราคงจะบอกได้เพียงว่า ความทรงจำครั้งนี้เป็นครั้งที่เรามีความสุข

มีควาสุขที่มันเป็นประโยชน์ต่อเรา
มีความสุขที่เราได้รู้จักใครหรืออะไรที่จะเตือนใจเราเสมอ

สุดท้ายคงต้องขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้เยือนที่เเห่งนี้เพื่อตักตวงประสบการณ์เเละความรู้


ขอบคุณ,
Kularb

ความคิดเห็น